Make your own free website on Tripod.com

" รู้ไว้ใช่ว่า ... กับอาหารประจำกรุ๊ปเลือด "

ปัจจุบันการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นที่สนใจกันมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งก็วัดได้จาก Fitness ที่ผุดขึ้นราวกันดอกเห็ด การผ่อนคลายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ่อนคลายกายด้วยการไปสปา แม้กระทั่งการใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน ซึ่งก็มีหลายหลักการไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารแบบแม็คโครไบโอติก หรือว่าทานอาหารในสไตล์มังสวิรัติ ซึ่งแต่ละคนก็จะค้นหาในสิ่งที่เข้ากันตนเอง และในคราวนี้ Health Tips จะของนำเสนออีกทางเลือกหนึ่งของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ นั่นคือ การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด

จากงานวิจัยของนายแพทย์ชาวอเมริกัน ซึ่งพบว่า การรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด จะช่วยสร้างสมดุลที่ดีที่สุดให้แก่ร่างกาย ภูมิต้านทาน ระบบย่อย รวมถึงการลดน้ำหนักและเพิ่มพละกำลัง ที่สำคัญช่วยทำให้ไม่แก่เร็วอีกด้วย เราจึงควรมารู้จักที่มาที่ไปของกรุ๊ปเลือดต่างๆกันก่อน

ตามทฤษฎีนี้ มนุษย์กลุ่มแรกดำรงชีวิตเป็นนักล่า เป็นพวกกินเนื้อสัตว์ จะมีเลือดกรุ๊ป O ซึ่งมีกรดในกระเพาะอาหารสูงสามารถย่อยเนื้อสัตว์ได้ดี แต่เมื่อมนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานและรู้จักเพาะปลูกมากขึ้น วิวัฒนาการของมนุษย์ก็แปรเปลี่ยนเป็นกรุ๊ป A เพราะร่างกายไม่ต้องการ Protein มากเหมือนเมื่อก่อน ส่วนกรุ๊ป B เกิดขึ้นในภายหลังเมื่อร่างกายได้พัฒนาในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันและระบบการย่อย เพราะนอกจากผักแล้วยังต้องกินเนื้อสัตว์และนมเนยที่ได้จากฝูงสัตว์เลี้ยง ส่วนกรุ๊ป AB นั้นเกิดหลังสุด ซึ่งค้นพบเมื่อ 1,000-1,500 ปีก่อน เป็นกรุ๊ปเลือดกลุ่มน้อย ระบบภูมิคุ้มกันและระบบการย่อยซับซ้อนขึ้น มีส่วนคล้ายกับเลือกกรุ๊ป A และ B

กรุ๊ป A
เหมาะกับอาหารแบบมังสวิรัติ จึงควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็ง ระวังอาหารสำเร็จรูปเช่น ไส้กรอกและแฮม เพราะมีไนไตรท์ซึ่งกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะ อาหารประเภทนม ถั่วแดง และอาหารที่มีแป้งสาลีมากเกินไปไม่เหมาะกับชาวกรุ๊ป A เพราะมีผลต่อระบบเผาผลาญ ระบบย่อยอาหารและชะลอการทำงานของอินซูลิน การไม่กินเนื้อสัตว์ของชาวกรุ๊ป A จะทำให้ขาดธาตุเหล็ก จึงควรกินข้าวกล้อง ถั่วมะเดื่อ และน้ำตาลโมแลสซิส( สีดำที่เอามาทำซีอิ๊วหวาน) ควรเสริมอาหารที่มีวิตามินบีและซีมากๆ เพราะจะช่วยปัญหากรดในกระเพาะต่ำ เช่น บร็อกคอรี่ ส้มโอ สับปะรด เชอรี่และมะนาว รวมถึงผักใบเขียว
ผู้หญิงเลือดกรุ๊ป A ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรรับประทานหอยทาก เพราะ Protein ในหอยจะช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง แต่ถ้าอยู่ในวัยกลางคน ควรเสริมด้วยโยเกิร์ตไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง ปลาแซลมอน
สิ่งสำคัญ คนเลือดกรุ๊ป A ไม่เหมาะกับการออกกำลังกายหนักๆ เพราะจะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า หมดแรง และส่งผลโดยตรงให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง เจ็บป่วยได้ง่าย

กรุ๊ป AB
เป็นส่วนผสมของกรุ๊ป A และ B อาหารมังสวิรัติจะให้ผลดีต่อร่างกาย ผลิตภัณฑ์จากนมและไข่รับประทานได้ แต่ไม่มาก หากมีปัญหาไซนัสอักเสบและหูอื้อ ควรงดอาหารจากผลิตภัณฑ์นม เนย ไข่แดง
Protein ที่เหมาะสมจะได้จากอาหารทะเล เต้าหู้ แกะ กวางและกระต่าย แต่ควรรับประทานครั้งละน้อยๆเพราะกระเพาะของคนกรุ๊ปนี้ ไม่ผลิตน้ำย่อยเพียงพอที่จะย่อย Protein มากเกินไป
ไม่ควรรับประทานปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน ถั่วแดงหลวง โดยเฉพาะถ้าเป็นโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี ไม่ควรรับประทานถั่วเม็ด รวมทั้งน้ำมันชนิดต่างๆ ยกเว้นน้ำมันมะกอกเพราะจะส่งผลร้ายต่อร่างกาย
อาหารประเภทข้าวและแป้ง ก็มีประโยชน์กับคนเลือดกรุ๊ปนี้ แต่ให้ระวังแป้งข้าวโพด เพราะเป็นตัวการสำคัญทำให้น้ำหนักเพิ่มง่าย เกิดเสมหะ ซึ่งชาวกรุ๊ป AB มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จึงควรรับประทานผักสดมากๆ ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจ ซึ่งเกิดได้ง่ายกับกรุ๊ป AB แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้เมืองร้อนบางอย่างเช่น กล้วย มะม่วง ฝรั่ง รวมทั้ง ส้ม ซึ่งไม่ดีต่อกระเพาะ ยกเว้นสับปะรดและส้มโอ ที่ช่วยย่อยได้ดีมาก กาแฟ ชาเขียว และไวน์แดง ดีต่อเลือดกรุ๊ป AB ส่วน เบียร์ ให้ผลเป็นกลาง แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ก็ไม่ควรดื่ม

กรุ๊ป B
ร่างกายของคนเลือดกรุ๊ปนี้เหมาะจะรับประทานอาหารเนื้อสัตว์พวกกระต่าย กวาง แกะ ควรเลี่ยงเนื้ออกไก่ เพราะจะนำไปสู่อาการเส้นเลือดแตกหรือตีบในสมอง และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง จึงควรทานไก่งวง แทน ชาวกรุ๊ป B เป็นเพียงกรุ๊ปเดียวที่ทานอาหารนมเนยได้เต็มที่ ข้าวโอ๊ดและข้าวกล้อง ก็มีประโยชน์มาก แต่ควรเลี่ยงแป้งสาลี ถั่วบางชนิดเพราะไม่ดีต่อเลือด เกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคเครียดและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผักส่วนใหญ่ดีต่อสุขภาพของคนกรุ๊ปนี้ ยกเว้นมะเขือเทศ ที่ต้องห้ามกินโดดเด็ดขาดเพราะมีสารก่อกวนผนังกระเพาะ และข้าวโพด ซึ่งมีผลต่อระบบเผาผลาญ แต่ควรทานผักใบเขียวมากๆ โดยเฉพาะเด็กกรุ๊ปB เพราะช่วยป้องกันโรคผื่นคัน
ผลไม้เหมาะกับคนกรุ๊ปนี้มาก ถ้าทานผลไม้วันละ 2-3 ครั้ง จะมีผลดีต่อการรักษาโรคและลดความเจ็บปวด ซึ่งชาวกรุ๊ป B จะตอบสนองกับความเครียดได้ดี เนื่องจากมีบุคลิกภาพยืดหยุ่น ประนีประนอมสูง ไม่ชอบการเผชิญหน้าโดยตรงอย่างคนกรุ๊ป O ขณะเดียวกันร่างกายมีพลังมากกว่ากรุ๊ป A

กรุ๊ป O
มีระบบที่ย่อยเนื้อแดงดีมาก จึงเหมาะจะรับประทานเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา รวมทั้งผักและผลไม้ และควรรับประทานอาหารทะเลเป็นประจำ เพราะชาวเลือดกรุ๊ปนี้มักมีปัญหาโรคเลือดไม่แข็งตัวและไทรอยด์ รวมทั้งโรคลำไส้อักเสบที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าเลือดกรุ๊ปอื่นๆ
หญิงสาวกรุ๊ป O ไม่ควรรับประทานแป้งสาลี ข้าวโอ๊ค เพราะมีผลต่อระบบการย่อย ทำให้เกิดการสะสมไขมัน ทำให้เพิ่มน้ำหนักตัว เห็ดหอมและมะกอกดองอาจทำให้เกิดอาการแพ้ มะเขือยาวและมันฝรั่ง ถือเป็นต้นตอให้ปวดข้อ และควรเลี่ยง แคนตาลูป ส้ม สตรอว์เบอรี่เพราะมีกรดสูงเกินไปสำหรับคนเลือดกรุ๊ปนี้ ผักใบเขียวจะให้วิตามินเค สูง ซึ่งจะช่วยให้เลือดแข็งตัว
กรุ๊ปO ควรออกเล่นกีฬาและออกกำลังกายหนักๆ ออกแรงมาก ความเร็วการเต้นของหัวใจสูง จะเป็นประโยชน์มาก
ชาวกรุ๊ปO ดื่มไวน์ได้บ้าง แต่ไม่ควรดื่มเบียร์ ชา กาแฟ เพราะจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ซึ่งคนกรุ๊ป O มีมากพออยู่แล้ว

กรุ๊ปเลือดแต่ละกรุ๊ปแตกต่างกัน การกินอาหารหรือควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด นั่นคือข้อสรุปของทฤษฎีนี้

เป็นอีกแนวคิดที่อาจจะนำมาปรับใช้ ในยุคที่ความก้าวหน้าในการค้นคว้า ทำให้คนเรามี"ทางเลือก"มากขึ้น

หัวข้ออื่นๆ : อาหารกับกรุ๊ปเลือด
                    วิตามินและแร่ธาตุเพื่อผิวของคุณ
                    เคล็ดลับดูแลสุขภาพ
                    วิธีลดปวดประจำเดือน   
Design by : นางสาวเยาวลักษณ์ ยุวภูมิ รหัส 45661287